X

‘นก ชลิดา’ เลิกเป็นพยาบาลได้เป็นนาวสาวไทย

เลิกเป็นพยาบาลได้เป็นนาวสาวไทย!
ชีวิตปัจจุบัน ‘นก ชลิดา’ แต่งผู้บริหารห้างดัง อยู่คฤหาสน์หรู 30 ล้าน

จากอดีตนางงามที่ตอนนี้อยากจะขอมอบตำแหน่ง “นางงามอมตะ” เพิ่มให้อีกตำแหน่ง สำหรับ “นก ชลิดา เถาว์ชาลี ตันติพิภพ”

เพิ่มเติมความเก่งขึ้น เพราะได้คว้าปริญญาเอกด้านวิทยาศาสตร์ชะลอวัยและฟื้นฟูสุขภาพมาครอง พร้อมยังพาย้อนอดีตที่กว่าจะมาถึงจุดนี้ได้

เพราะตัวเองเป็นเอฟซีของรุ่นพี่นางงาม “ปุ๋ย ภรณ์ทิพย์” และการทำหน้าที่เทรนด์นางงามรุ่นน้องอย่าง “บิ๊นท์ สิรีธร” จนคว้ามงใหญ่ระดับโลก

แล้วก่อนที่จะเข้ามาประกวดนางสาวไทยตัวของ นก ชลิดา ทำอะไรอยู่ : ก่อนที่นกตัดสินใจมาประกวดนางสาวไทย นกเรียนพยาบาลอยู่ค่ะ

แล้วพ่อกับแม่ก็ยื่นคำขาดกับเราว่าอยากให้เราเรียนจบก่อนแล้วค่อยมาประกวด ซึ่งเราก็ต่อรองกับเขาว่าถ้ารอเราเรียนจบ เกินเกณฑ์พอดี เพราะเราอยากประกวดมาก

ตอนเราเด็กๆ เราไม่ได้อยู่กับคุณแม่ เพราะว่าคุณแม่ตัดสินใจมาเป็นพยาบาลที่อเมริกา ครอบครัวเราอบอุ่นกันดีนะคะ แต่เพราะว่าเรื่องค่าใช้จ่ายมันไม่พอจริงๆ

แม่ก็เลยตัดสินใจไปทำงานที่อเมริกา และคุณพ่อเป็นคนที่เลี้ยงนกกับน้องสาวมาจนโต พอ นก จบม.3 นกก็ได้ไปอยู่กับแม่ที่อเมริกา

ที่เราอยากเป็นนางงามเพราะตอนที่เราเล็กๆ เราได้ดูพี่ปุ๋ยประกวด เป็นไอดอลเราเลย เราอยากจะเป็นเหมือนพี่ปุ๋ยทุกอย่าง อยากจะเป็นผู้หญิงที่เป็นแรงบันดาลสำหรับผู้หญิงเหมือนพี่ปุ๋ย

เรียกว่าเราเป็น FC พี่ปุ๋ยเลยตั้งแต่อายุ 14 เคยมีโอกาสเจอตั้งแต่พี่ปุ๋ยได้เป็นนางงามจักรวาล นกจำได้พี่ปุ๋ยไปที่พระราชวังสนามจันทร์

เราเป็นหนึ่งในคนที่ยืนรอดู ฝนตกก็ไม่ไปไหน เราตามทุกที่ ตัดเก็บทุกคำสัมภาษณ์ อยากจะเป็นคนนี้ พี่ปุ๋ยคือแรงผลักให้เรามีการพัฒนาตัวเอง

เพราะตอนนั้นเราไม่ได้อยู่กับคุณแม่ แบบอย่างของผู้หญิงไม่มีใครใกล้ชิด แต่พอเราได้เห็นพี่ปุ๋ย คือใช่เลยต้นแบบของเราเลย

แล้วตอนนั้น ที่เราเรียนพยาบาลอยู่ มีแมวมองมาชวนเข้าวงการนางงามหรือว่ายังไงเอ่ย : คุณอาสมชายมาชวนให้ไปประกวด ตอนนั้นสามารถส่งได้ปีละคน

แล้วนกมีคนรู้จักอยู่ที่อเมริการู้จักกับคุณลุงและด้วยความปรารถนาของนกที่อยากประกวด เขาก็เลยพาเราไปเจอคุณอาสมชาย พอเขาเจอเราครั้งแรก

ตีแขนเราเลยว่าหนูไปเพิ่มน้ำwนักแล้วไปประกวดธิดาช้างดีกว่าไหมลูก เพราะตอนนั้นเรามาแบบไซส์ยุโรปมาก แล้วมีเวลาปีเดียวก็จะประกวดแล้ว

ตอนนั้นเราก็รีบทำน้ำwนักลงตามคำสั่งเลยค่ะ ให้เราทำอะไร เราทำได้หมด ตอนนั้นที่เราฝึกเดิน ฝึกยิ้มให้นกแก้วดู แล้วที่เด็ดสุดคือลุงให้ใส่ชุดอยู่ในบ้าน

อย่างมีแขกมาที่บ้าน เป็นแขกสนิทๆ นะคะ ที่อยู่ในวงการนางงามเหมือนกัน เขาให้ใส่ชุดมาหาแขก นั่งคุยเลย เพื่อให้เราชินกับการใส่ชุและไม่เขิน

About Phatphitcha Truststore Columnist

View all posts by Phatphitcha Truststore Columnist →