X

‘น้ำฝน กุลณัฐ’ ย้ายครอบครัวไปอยู่ภูเก็ต

หายจากวงการ หลังแต่งงานสามีฝรั่ง
เปิดชีวิต ‘น้ำฝน กุลณัฐ’ ย้ายครอบครัวไปอยู่ภูเก็ต

ด้วยสถานการณ์โควิดแพร่ระบาดหนัก ทำกระทบกันไปทั่ว ยิ่งในกรุงเทพ ก็เป็นพื้นที่สีแดง ทำเอานักแสดงสาวอย่าง น้ำฝน กุลณัฐ ถึงกลับตัดสินใจหอบครอบครัว ย้ายไปอยู่ที่จังหวัดภูเก็ต เป็นการชั่วคราว ซึ่งน้ำฝน พร้อมครอบครัวเดินทางถึงภูเก็ต

เจ้าตัวได้เผยว่า “ตอนนี้มาอยู่ภูเก็ตค่ะ ก็มีกิจกรรมอะไรให้ทำบาง ออกไปเที่ยวเล่นบ้าง แต่ก็ยังเว้นระยะห่าง ใส่แมสก์

จุดประสงค์หลัก คือ เรื่องโรงเรียนของลูก ก็มองหาว่าที่ไหนเปิดบ้าง แล้วที่ภูเก็ตก็มีเพื่อนอยู่ เค้าย้ายมาอยู่ก่อนแล้ว ก็เลยตัดสินใจมาอยู่กับเพื่อนดีกว่า

ปัญหาการเรียนออนไลน์ของลูกเล็กด้วย ก็เลยตัดสินใจ และโควิดในกรุงเทพด้วย โรงเรียนที่ภูเก็ต ก็มีการจ่ายค่าเทอมเป็นรายวัน รายเดือน

แล้วแต่เราเลย และอีกอย่างสามีก็ทำงานแบบ work from home ด้วยเหมือนกัน ก็เลยย้ายดีกว่า ไม่ได้คิดจะทิ้งบ้านที่กรุงเทพ แต่ก็รอดูสถานการณ์โควิด คิดว่าจะอยู่ภูเก็ต ถึงเดือน ธันวาคม นี้

ล่าสุดเจ้าตัวได้ออกมาเผยว่าตนเและสามีติดเชื้อโควิด19 เมื่อวันที่ 20 พ.ย. ที่ผ่านมาโดยที่ไม่แน่ใจว่าไปรับเชื้อมาจากที่ไหน โดยได้เข้ารับการรักษาตัวและหายดีเป็นปกติแล้ว เมื่อวันที่ 2 ธ.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งเจ้าตัวได้เผยผ่านไอจีส่วนตัวว่า

ตัวเองกับแฟนติดโควิดกันไปเมื่อ 20 พ.ย. ที่ผ่านมา โดยที่อาการเริ่มแรกเลย ตัวแฟนฝนเป็นก่อน เขาเริ่มจากการมีไข้ขึ้นสูง และเราก็เช็คATK นะคะ พอเช็กก็ขึ้นบวก ก็เข้า PCR ที่โรงพยาบาล พอผลขึ้นบวกก็เข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาล

ส่วนฝนพอหลังจากที่แฟนATK ขึ้นบวก ก็แยกตัวออกจากแฟนเลย และแยกตัวออกจากลูกด้วย เพราะใกล้ชิดกับแฟน หลังจากนั้นก็พยายามเช็คATK ทุกคนในบ้านไป ก็ขึ้นลบ จากนั้น 2 วันถัดมาฝนขึ้นบวก ลูกกับพี่เลี้ยงเป็นลบ

แต่เราก็พาทุกคนไปเช็คPCR ที่โรงพยาบาล ตัวฝนบวกแต่ตัวลูกกับพี่เลี้ยงลบ 2 คนนั้นก็กักตัวและก็เช็คATK ทุกวัน อยู่ที่วิลล่าที่ภูเก็ต

ส่วนฝนกับแฟนเข้ารักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล อาการฝนไข้ไม่สูง สูงสุดอยู่ที่ประมาณ 37.9 ก็ไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองแบบป่วยหนัก แต่ก็มีอาการไอนำ คุณหมอที่โรงพยาบาลกรุงเทพ ที่ภูเก็ตก็ดูแลกันอย่างดี มีการให้ยาฟาวิพิราเวียร์ ฝนมีอาการแพ้ ทั้งคู่รักษาเหมือนกัน

ซึ่งคุณหมอบอกว่าอันนั้นเป็นเรื่องปกติมากสำหรับผู้หญิง เนื่องจากผู้หญิงตัวเล็กกว่าผู้ชาย การแพ้ยาฟาวิพิราเวียร์ของฝนคือคลื่นไส้ อาเจียน ทานข้าวไม่ลง และบวกกับเครียดด้วย เนื่องจากเราก็กังวลไม่รู้ว่าแบบ เราจะเป็นหนักไหม แฟนเร่จะเป็นหนักไหม ลูกเราจะเป็นยังไง เรื่องจะจบยังไง

ตอนที่รักษาตัวอยู่ก็เวียนหัวตื่นขึ้นมาทานข้าวก็ลำบาก เพราะว่าเราแพ้ยาหนัก เราก็ไม่รู้ว่าอาการโควิดมันคืออะไร ข่าวสารมันก็เยอะเราก็กังวล
ก็อยากจะบอกว่าไม่ได้ปิดข่าวนะคะ ช่วงนั้นเป็นช่วงที่รักษาตัวอยู่แล้วก็ตอนนี้เพิ่งจะมีพลังก็เลยอยากจะมาเล่าให้ฟัง

หลังจากเข้ารักษาตัวจนครบ เราทั้ง 2 คนก็ปลอดภัยดีนะคะ ไม่มีลงปอด ไม่มีอาการแทรกซ้อนใดๆ ออกจากโรงพยาบาลกันมาเมื่อวันที่ 2 ธันวาคมที่ผ่านมานะคะ ตอนนี้ทุกคนปลอดภัยดี เข้ารักการรักษาตัวอย่างครบถ้วน ตัวลูกก็ปลอดภัยดีผ่านมา14 วัน

ก็อยากจะฝากนะคะว่า มันก็จะเป็นเทศการท่องเที่ยวแล้ว บางทีเราก็เที่ยวกันสนุกอาจจะลืมเผลอไปบ้าง เพราะตัวฝนกับแฟนก็ไม่รู้ว่าไปได้มาจากไหน ไปรับเชื้อจากที่ใด ตัวเราก็อยู่ชายหาดเดินเล่น เราก็ไม่ได้เจอใครหรือเจอคนเยอะอะไร ส่วนใหญ่ก็จะอยู่กันเอง เพื่อนๆเราทุกคนก็ไม่ได้มีใครเป็นอะไร มีแต่ฝนกับแฟนเท่านั้นที่เป็น

ก็ตอนนี้ก็ช่วงเที่ยวนะคะ ก็ดูแลตัวเองกันนิดหนึ่งนะคะ บางทีเราอาจจะเห็นว่าแบบคนไม่เยอะ เดินอยู่ริมชายหาด อาจจะปลอดภัยดี อยากจะบอกว่าไม่ว่าจะที่เยอะที่น้อยคนแออัด ก็สามาที่จะเกิดขึ้นได้ เพราะฉะนั้นการ์ดอย่าตกนะคะ ก็อยากจะฝากให้ดูแลสุขภาพกันด้วยนะคะ อันนี้ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่อยากจะแชร์แล้วก็เล่าให้ฟังนะคะ