X

ชีวิตล่าสุด ‘เปียทิพย์ คุ้มวงศ์’

ชีวิตล่าสุด ‘เปียทิพย์ คุ้มวงศ์’

หากพูดถึงนักแสดงหญิงมากฝีมือ เชื่อว่าชื่อของ เปียทิพย์ คุ้มวงศ์ จะต้องอยู่อันดับต้น ๆ อย่างแน่นอน สำหรับ เปียทิพย์

นักแสดงหญิงชาวไทย ฉายา แม่เปียดื้อ เกิดวันที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2491 ที่กรุงเทพมหานครเปียทิพย์


เข้าสู่วงการบันเทิงขณะเรียนมัธยมที่โรงเรียนสายปัญญา โดยเริ่มจากการเป็นนักร้องร่วมกับ ครูนารถ ถาวรบุตร


แห่งวงดนตรีโรงงานก่อนที่จะเป็นนักร้องประจำไนท์คลับต่าง ๆ พร้อมกับได้แสดงละครเรื่อง เงาร่ายในดวงตา

ของคณะชื่นชุมนุมศิลป์ทางช่อง 4 บางขุนพรหม เป็นเรื่องแรก ต่อด้วย สาปสวรรค์ และ ปราสาทมืด กับคณะเชนย์รัชดา

ละครที่สร้างชื่อเสียงให้กับเธอที่สุดในช่วงวัยสาวคือ เรื่องอีสา เมื่อปี พ.ศ. 2517 ต่อมาจึงได้รางวัลเดิมเป็นครั้งที่สองในปี

พ.ศ. 2520 จากเรื่อง เงาราหู กำกับโดยเปี๊ยก โปสเตอร์ จากนั้นจึงมีผลงานทางจอเงินอีกหลายเรื่อง จนในปี พ.ศ. 2524


ได้รับรางวัลสุพรรณหงส์ทองคำ จากเรื่อง อาอี๊ ซึ่งรับบทเป็นแม่ของนางเอก (วาสนา สิทธิเวช) ในช่วงแรกที่เข้าสู่วงการ


เปียทิส่วนละครที่สร้างชื่อเสียงให้กับเธอที่สุดในช่วงวัยกลางคนคือ วัลลี เมื่อปี พ.ศ. 2528เมื่ออายุมากขึ้นจึงได้รับบทชีวิต

ที่เน้นความสามารถทางการแสดง ชีวิตส่วนตัวสมรสแล้วและมีบุตรสาว 4 คนโดยบุตรสาวทุกคนของเธอนั้นเติบโต และสามารถดูแลตัวเองและครอบครัวได้แล้ว

จึงไม่มีห่วงอะไรนัก และปี 2520 ความสำเร็จในชีวิตการแสดงนั้น เปียทิพย์ บอกว่า เกิดจากการทำการบ้านอย่างสม่ำเสมอ เช่น เล่นเป็นคนไม่ปกติ

ก็จะนำภาพที่ได้ไปนั่งสังเกตพฤติกรรมของคนไม่ปกติมาปรับใช้กับการแสดง ระหว่างขับรถเห็นคนไม่ปกติก็จะแอบตามพุ่มไม้แล้วจะสังเกตพฤติกรรมของเขาว่า

เขาไม่ปกติจริงไหม บางคนไม่ปกติแล้ว ยังใส่เสื้อผ้าคนเหล่านี้ ก็น่ายังมีสติอยู่บ้าง จากการสังเกตดังกล่าวก็ทำให้นำไปปรับใช้กับการแสดงจนสามารถเป็นนักแสดงที่ดี

ปัจจุบันเปียทิพย์ไม่ได้มีงานแสดงชุกเหมือนเมื่อก่อนมาก ทำให้มีเวลาที่ทำบุญสร้างกุศลให้กับตัวเอง ด้วยการทำอาหารเลี้ยงสุนัขที่มีคนนำมาทิ้งไว้หน้าบ้านประมาณ 8 ตัว


แล้วยังนำอาหารที่ทำทุกเข้าเดินออกไป ให้สุนัขจรจัดที่ต่างเฝ้ารออาหารอยู่ในละแวกใกล้บ้านอีกหลายซอยทำแบบนี้มาเป็นเวลากว่า 10 ปี ค่าอาหารที่ทำก็ตกเดือนละหมื่นในใจกลับหวังอยู่


อย่างเดียวว่า บุญนี้ที่ได้ทำจะได้ไม่อดไม่อยาก ทำแล้วเป็นความสุขทางใจอย่างหนึ่ง เนื่องจากได้เห็นสุนัขบางตัวเดินขุ้ยเขี่ยหาอาหารตามทาง ขุ้ยเท่าไหร่ ก็ไม่พบอาหาร มองแล้วมีความรู้สงสารสุนัขตัวนั้น ทุกวันนี้สุนัขต่างก็จะนั่งรอเรา ว่าวันนี้จะนำอาหารมาให้ไหม ทั้งนี้คุณเปียทิพย์ยังกล่าวทิ้งท้ายว่า สะสมบุญไว้ในภายหน้า เราไม่รู้ว่าวันนี้หรือวันพรุ่งนี้เราจะอยู่หรือเปล่า อะไรที่เราทำบุญได้ ก็อยากให้ทุกคนได้ทำ

About areeya Truststore Columnist

View all posts by areeya Truststore Columnist →