X

เปิดบ้าน ‘โฉมฉาย’ รับสภาพเล่นละครไม่ได้แล้ว

เปิดบ้าน ‘โฉมฉาย ฉัตรวิไล’ รับสภาพเล่นละครไม่ได้แล้ว

ถือเป็นเรื่องราวที่น่าเสียดายอีกข่าวของ คอละครไทย เมื่อนักแสดงอาวุโสมากฝีมือ แม่แอ๊ด โฉมฉาย ฉัตรวิไล ออกมา ยอมรับว่า ด้วยวัยและอายุที่มากขึ้น

ทุกปีจนตอนนี้เริ่มรู้สึกว่าสภาพตัวเองทำงานได้ไม่เต็มที่ จึงขอยุติเลิกรับงานแสดงไปชั่วคราวก่อน พร้อมเตรียมวางมือจากงานละคร นอกจากนี้ปัจจุบันในวัย 71 ปี ของ

แม่แอ๊ด โฉมฉาย ฉัตรวิไล นั้นก็อาศัยอยู่ในบ้านหลังเดียวกับทายาทเพียงคนเดียว นั่นคือ อาร์ต พนิตนาฏ ฉัตรวิไล ทั้งนี้เธอยังได้ทายาทมาเป็นผู้จัดการให้ด้วย โดยครั้งหนึ่ง

อาร์ต พนิตนาฏ ได้เผยภาพและเรื่องราวของ แม่แอ๊ด โฉมฉาย ฉัตรวิไล หลังจากที่ปฏิเสธทั้งงานละคร ทั้งงานต่างๆ ในวงการบันเทิงไปหมดสิ้น จน อาร์ต พนิตนาฏ

พูดติดตลกว่า “หมดคำจะพูด” เลยทีเดียว ซึ่ง อาร์ต พนิตนาฏ เผยว่า “จนวันนี้ 70 กว่าแล้ว ตอนนี้คุณแม่ศิลปินหนึ่งเดียวในดวงใจสุดฮอต ปฏิเสธงานจนคุณลูกสาว

ผู้จัดการยอมใจแล้วค่า ตั้งแต่ละครแก่นแก้วออนแอร์ จนถึงวันนี้ คุณโฉมฉายงานเข้าไม่หยุด ทั้งละคร ทั้งซีรีส์ ทั้งซิทคอม ทั้งรายการสัมภาษณ์ ทั้งรายการแนะนำผลิตภัณฑ์

ทั้งโฆษณา ทั้งงานรีวิวสารพัด แต่คุณโฉมฉายก็ขออนุญาตปฏิเสธไปทั้งหมด เพราะอยากพักชิล ชิล จริงๆ ล่าสุดวันก่อนคุณโฉมฉายเพิ่งปฏิเสธงานไป โดยบอกปลายสายไปว่า

“แม่ทำงานมาตั้งแต่ 6-7 ขวบ จนตอนนี้แม่อายุ 70 กว่า ตอนนี้แม่อยากพักแล้ว แม่ขอบคุณหนูและทางบริษัทมากๆ เลยนะลูกที่ยังไม่ลืมแม่ ยังนึกถึงแม่ แม่ขอพักอีกหน่อย

แต่ยังไงแม่ขอถามงบเรตค่าตอบแทนไว้ ก่อน แล้วอีก 1-2 ปี โทรมาหาแม่ใหม่นะลูก แม่ขอบคุณหนูมากๆอีกครั้งนะลูก” ทางคุณลูกสาวผู้จัดการก็ตามใจคุณแม่ทุกสิ่งอย่างค่ะ

เข้าใจเลยว่าคุณแม่ทำงานมาเยอะมาก เหนื่อยมามาก คุณแม่อยากพัก ก็ตามใจค่ะ เดี๋ยวคุณลูกสาวดูแลคุณแม่เอง….. แต่เดี๋ยวก่อน พอคุณลูกสาวผู้จัดการรู้เรต

ค่าตอบแทนเกือบ 7 หลัก ที่ทางคุณลูกค้าเสนอมาให้และทางคุณโฉมฉายปฏิเสธไปนั้น คุณลูกสาวก็ “เบิ๊ดคำสิเว่า” “แล้วฉันเลือกอะไรได้ไหม เลือกให้แม่ไม่เซย์โนได้ป่าว”

ซึ่งก่อนหน้านี้ แม่แอ๊ด โฉมฉาย ฉัตรวิไล เองก็เผยว่าด้วยอายุวัยที่มากขึ้น ความทรงจำก็เลือนหายไปตามกาลเวลา และไม่อยากเป็นภาระของผู้จัดละคร รวมไปถึงนักแสดง

ท่านอื่นๆ ด้วย “พูดง่ายๆมันแก่แล้ว เราก็ต้องยอมรับสภาพ เราจะไปดื้อดึงว่าฉันยังได้อยู่ไม่ได้ แม่ไม่เสียดายตังค์เลย เมื่อเราทำงานแล้วเราให้เขาไม่ได้เต็มร้อย เราละอาย

และยิ่งเขารู้จักเรามากเท่าไหร่ ความนับถือความชื่นชมที่เขามีกับเรา แล้วเราทำให้เขาผิดหวัง เราจะบอกเขาหมดเลยนะ ว่าเราไม่ได้ เราจำบทไม่ได้ แล้วเราจะปฏิเสธเขา

ณ เวลานี้อยากเล่นให้น้อยลง อยากทำกิจกรรมอื่น ไปสัมมนา เรื่องนั้นเรื่องนี้ มันเป็นมุมใหม่ที่อาจจะเปลี่ยนวิถีชีวิต ในยามที่เราอายุขนาดนี้ ให้เราให้สังคมบ้าง ไปทำประโยชน์ให้กับคนนี้คนนั้น ได้พบเพื่อนใหม่บ้าง”

About Sirirat Truststore Columnist

View all posts by Sirirat Truststore Columnist →