‘แหม่ม จินตหรา’ เผยชีวิตตั้งแต่อดีต

เล่นละครตั้งแต่เด็ก แทบไม่ได้ออกบ้าน
‘แหม่ม จินตหรา’ เผยชีวิต ตั้งแต่อดีตยันปัจจุบัน

อะไรคือเคล็ดลับที่ทำให้อยู่ในวงการได้นานขนาดนี้? จริงๆไม่ได้มีเคล็ดลับอะไรหรอกค่ะ เพียงแต่เวลาทำงานต้องตั้งใจ มีความรับผิดชอบต่อ

งานที่ได้รับ ไม่ว่างานนั้นจะเป็นอะไร อาจเป็นเพราะ ได้รับการปลูกฝังมาจากผู้ใหญ่หลายท่านในวงการ อาทิ คุณสักกะ จารุจินดา คุณกอบสุข

จารุจินดา รวมถึงคุณดวงดาว จารุจินดา ท่านสอนว่าต้องมีความรับผิดชอบต่อหน้าที่การงาน และเป็นเด็กต้องมีสัมมาคารวะคนไทยชอบคน

อ่อนน้อมถ่อมตนที่สุด ที่สำคัญคือต้องรู้จักกาลเทศะ รวมไปถึงการดูแลตัวเองด้วย เช่นการไม่ไปในที่อโคจร ตอนนี้มีมุมมองเรื่องความรักและ

ชีวิตคู่อย่างไร? การมีความรักเป็นสิ่งที่ดีทำให้ชีวิตสดชื่น มีก็ดีแต่ไม่มีก็ไม่เป็นไรค่ะ ตอนนี้แหม่มอยู่ในวัยกลางคน เพราะฉะนั้นเวลาที่จะคบหา

สมาคมกับใครก็ต้องดูที่มาที่ไป เป็นใครมาจากไหนมีครอบครัวหรือยัง แต่ไม่ถึงกับปิดกั้นตัวเองไม่เคยบอกด้วยว่าจะไม่แต่งงาน เพียงแต่ให้มา

แต่งจัดงานเป็นเรื่องเป็นราวคงไม่ดีกว่า ตอนนี้แหม่มอายุ 46 ผู้ชายวัยนี้เขาคงแต่งงานกันไปหมดแล้วอีกอย่างเราไม่ค่อยได้ไปไหนด้วย ทำงาน

เสร็จก็กลับบ้านไม่เคยคิดว่าต้องไปสอดส่องหาใคร ยิ่งทำธุรกิจก็ต้องอยู่กับงานจริงๆ คุณแหม่มสนใจในธรรมะด้วย อยากทราบว่าเริ่มสนใจเรื่อง

ธรรมะตั้งแต่ตอนไหน? จริงๆแหม่มเป็นคาทอลิก คุณพ่อเป็นคริสต์ คุณแม่เป็นพุทธ แหม่มเลยเหมือนเป็นคนสองศาสนา ตอนเด็กเรียนในโรงเรียน

คริสต์ ตามคุณพ่อไปโบสถ์ตลอด แต่พอโตขึ้นได้เข้ามาทำงานในวงการ คนรอบข้างส่วนใหญ่เป็นพุทธ มีวันหนึ่งทำงานเหนื่อยมาก อยากทำสมาธิ

รู้สึกว่าใจฟุ้งซ่าน ไม่มีสมาธิ จะอ่านบทอ่านเท่าไรก็ไม่เข้าหัว เลยปรึกษา คุณบุ๋ม-รัญญา ซึ่งชอบนั่งสมาธิและไปถือบวชทุกปี คุณบุ๋ม แนะนำ

คอร์สวิปัสสนากรรมฐานสั้นๆ 3วัน ของคุณแม่ สิริกรินชัยที่วัดบางขุนพรหมให้ ถ้าถามว่าอะไรคือความสุขในปัจจุบันนี้? การได้ทำให้ทุกคนในครอบครัว

อยู่ดีมีสุข ไม่ว่าจะเป็น พี่น้อง ลูกหลาน หรือญาติๆ อย่างน้อยที่สุด แค่ได้ดูแลพ่อแม่ให้มีความสุข แหม่มก็มีความสุขแล้ว ไม่อยากให้เขาต้องกังวล

กับเศรษฐกิจ หรืออะไรภายนอก อยากรับผิดชอบตรงนี้แทนส่วนตัวเราเอง ไม่มีปัญหาเพราะดูแลตัวเองได้อยู่แล้วค่ะ อย่าหลอกตัวเองแล้วจะมีความสุข