X

บ้านไม้ริมคลอง ‘เปิ้ล จารุณี’ อดีตนางเอกด้าวค้างฟ้า

ทำงานหนัก ทิ้งตัวตนไป 46 ปี!
บ้านไม้ริมคลอง ‘เปิ้ล จารุณี’ นางเอกด้าวค้างฟ้า วิถีชีวิตเรียบง่าย ผันตัวทำฟาร์มกว่า 4 ปี

คอคนบันเทิงที่มีอายุประมาณ 40 ปีขึ้นไปต้องรู้จักชื่อของ ‘เปิ้ล จารุณี สุขสวัสดิ์’ อย่างแน่นอน เพราะเธอคือนักแสดงสาว

ที่อาจเรียกได้ว่าเป็นดาวค้างฟ้า ในอดีตเธอเป็นนักแสดงสาวที่มีผลงานมากมาย ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นผลงานชื่อดัง รับบทเป็น ‘พจมาน พินิตนันท์ สว่างวงศ์’

จากภาพยนตร์ “บ้านทรายทอง” ซึ่งโด่งดังมาก นอกจากนั้นเธอยังมีผลงานสร้างชื่อเสียงอีกมากมาย จนทำให้เธอได้รับฉายาทั้ง “ดาราทอง” “ราชินีจอเงิน”

“ราชินีนักบู๊” เมื่อวันเวลาผ่านไป ก็ยังคงได้เห็นผลงานของเธออยู่ แม้ระยะหลังเธอจะรับบทคุณแม่ในละครต่างๆ แต่ความสามารถก็ยังคงโดดเด่นเหมือนในอดีต

ในด้านชีวิตส่วนตัวของเธอนั้นหลาย ๆ คนอาจไม่ทราบว่าเธอคือคนสมุทรสงคราม และบ้านของเธอที่เราเปิดให้เห็นความสวยงามนั้นก็คือบ้านไม้ริมคลองหลังใหญ่

ในจังหวัดบ้านเกิดของเธอเอง ใครที่ชื่นชอบบรรยากาศริมคลอง ในวิถีชาวบ้าน รอบบ้านมีสวน ชาวบ้านในย่านนั้นยังคงมีการพายเรือสัญจร ค้าขายกันไปมา

นอกจากบ้านไม้หลังใหญ่นี้จะเป็นบ้านของเธอแล้ว บ้านหลังนี้ยังเปิดเป็นที่พักให้กับนักท่องเที่ยวที่สนใจและต้องการพักผ่อนแบบใกล้กรุงเทพฯ

โดยใช้ชื่อว่า “จารุณี ริเวอร์วิวว์” ตลอดระยะเวลาเกือบ 50 ปี ที่อยู่ในวงการบันเทิง ไม่มีใครไม่รู้จัก ‘เปิ้ล จารุณี’นักแสดงรุ่นใหญ่มากฝีมือ

ที่ทุ่มเทให้กับการทำงานมากจนไม่มีเวลาเป็นของตัวเอง ล่าสุดได้ออกมาเปิดใจกับ ‘หนูแหม่ม สุริวิภา’ ในรายการ “โต๊ะหนูแหม่ม” ถึงเรื่องราวในอดีต

ทำงานจนเวลาชีวิตส่วนตัวหายไปเกือบ 46 ปี ไม่ได้ไปสังสรรค์กับเพื่อนตลอด 46 ปีที่ผ่านมา ชีวิตส่วนตัวไม่มีเลยกลางวันกลางคืนทำงานตลอด

บางครั้งพักผ่อนน้อยเกินไป และมีโรคประจำตัวไทรอยด์ แต่ตอนที่เราทำงานก็ไม่ได้ทุกข์อะไรขนาดนั้น” ซึ่งคิดมาตลอดว่า อยากมีบ้าน หาเงินซื้อบ้าน

รวมไปถึงไม่มีแฟน แล้วก็ห้ามออกเดินห้างสรรพสินค้าเองในยุคนั้นเก็บตัวตลอด ห้ามคนเห็นเดี๋ยวเขาจะเบื่อแล้วหนังจะฉายไม่ดี ในยุคนั้นเรื่องของบุญคุณ

จะต่างจากสมัยนี้ ถ้าเราไม่เชื่อฟังผู้ใหญ่เราอาจจะจบกันทำให้เราต้องอยู่ในกฎ ซึ่งก็ผ่านมาได้ช่วงนั้นกินยานอนหลับหลายปี จนกระทั่งออกข้างนอกก็ไม่รู้เรื่อง

แต่มีวันนึงที่เราอยากจะเลิกเหลือเกิน จนกระทั่งเริ่มมีอาการเบลอ มองไปที่ตู้เย็นก็เห็นอะไรดำๆ มีอะไรไหลออกมา เหมือนไม่เป็นตัวของตัวเองอยู่ดีๆ ก็เบลอไปเลย

สุดท้ายหันกลับมาดูแลตัวเอง เราผันตัวมาทำฟาร์ม ซึ่งเป็นศูนย์เรียนรู้กรมส่งเสริมมูลนิธิเพื่อการเกษตร เป็นโอกาสที่เด็กจะได้เข้ามาทำคะแนน

แต่ถ้าใครรักและสนใจเรื่องเกษตรจริง เขาก็สามารถได้ทุนเพื่อไปต่อต่างประเทศได้ ทำมาเกือบ 4 ปีแล้ว”