X

‘วงจันทร์ ไพโรจน์’ นักร้องเสียงระทม วัย 86 ปี

อิจฉาคนรุ่นใหม่ รายได้ผิดกันร้อยเท่า!
‘วงจันทร์ ไพโรจน์’ นักร้องเสียงระทม วัย 86 ปี ขอพึ่งตัวเองไม่ใช้เงินของลูก

‘วงจันทร์ ไพโรจน์’ มีชื่อเดิมว่า ‘ดวงจันทร์ ไพโรจน์’ เป็นนักร้องที่มีชื่อเสียงในอดีต ซึ่งได้บันทึกเสียงเอาไว้ทั้งสิ้นกว่า 100 เพลง

ปัจจุบันได้ปิดฉากอาชีพนักร้องไปแล้วอย่างเป็นทางการ ด้วยใจรักการร้องเพลง ในวัยเพียง 9 ขวบ ภายใต้การสนับสนุน

จาก ‘ครูมงคล อมาตยกุล’ เธอก็ได้ขึ้นแสดงความสามารถในด้านนี้โดยการประกวดร้องเพลงรำวงในงานวัดภูเขาทอง

โดยใช้เพลงที่ชื่อว่า “8 นาฬิกา” ‘วงจันทร์ ไพโรจน์ ‘จึงเริ่มมีชื่อเสียงโด่งดังในปี 2500 จากผลงานเพลงเป็นเพลงที่ 4 คือเพลง “ช่างร้ายเหลือ”

ขณะที่เธอมีอายุได้ 15 ปี ความดังของเพลงช่างร้ายเหลือทำให้ เพลงต่อๆมาที่เธอบันทึกเสียงในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน แต่มีการปล่อยออกมาในภายหลัง

ตามแนวการทยอยปล่อยเพลงของยุคนั้น ก็โด่งดังตามมาอีกหลายเพลง และจากดอกกุหลาบมอญ ที่แฟนเพลงมอบให้ที่ชานชาลาสถานีรถไฟ

ก็เป็นการจุดประกายแง่มุมชีวิตนักแต่งเพลงให้กับเธอด้วยงานเพลงชิ้นแรก “กุหลาบเวียงพิงค์” และเมื่อนับต่อเนื่องมากว่า 50 ปี จนถึงปัจจุบัน

‘วงจันทร์ ไพโรจน์’ ได้แต่งเพลงไว้มาก กว่า 100 เพลง ‘วงจันทร์ ไพโรจน์’ เล่าให้ฟังว่า “ทุกวันนี้มาอยู่บ้านแถบชานเมือง กทม.

ไม่ได้ทำอาชีพอะไรเพราะต้องดูแลสามี เวลานี้ไม่มีรายได้อะไร ไม่ได้ใช้เงินของลูก 2 คน เพราะถือหลักต้องพึ่งตัวเองต้องอยู่ให้ได้ ไม่รบกวนใคร ไม่ไปยืมเงิน

มีงานเฉพาะของวงดาวค้างฟ้าเท่านั้น ส่วนลูกชายสองคน อายุ 60 กว่า และ 50 กว่า มีครอบครัวและมีหลาน รวมทั้งหมด 3 คน

โตๆ กันหมดแล้ว ซึ่งก็ไม่มีลูกหรือหลานคนไหนมาเอาดีด้านร้องเพลงเลยสักคน ขณะที่สุขภาพก็เป็นไปตามสภาพสูงวัย

คือมีความดันโลหิตสูง หัวใจไม่ค่อยดี จะเหนื่อยง่ายกว่าปกติ ดังนั้น จึงต้องดูแลสุขภาพให้ดี” และมีคำถามที่ว่า

“มองวงการนักร้องสมัยนี้กับสมัยก่อนแตกต่างกันหรือไม่อย่างไร ‘วงจันทร์’ รีบบอก “แตกต่างกันมาก แล้วก็น่าอิจฉาเรื่องรายได้

ผิดกันเป็นร้อยเท่า ตัวเองร้องเพลงมาเป็น 100 เพลง ก็ยังมีรายได้ไม่ได้มากมายอะไร เดี๋ยวนี้เพลงดังมาสักเพลงมีเงินซื้อบ้าน

สร้างเนื้อสร้างตัวกันได้เลย ต้องบอกเลยว่าอิจฉาอยากเป็นแบบเขาบ้าง เมื่อก่อนนี้นักร้องไปร้องเพลงได้เงิน 100 บาทขึ้นไป แล้วแต่จะตกลงกัน

อย่างสมัยที่ดังช่วงปี 2500 เรียกว่าเป็นนักร้องที่มีค่าจ้างแพง ตกวันละ 500 บาท ซึ้งขณะนั้นทองขายกันบาทละ 300-400 บาท”