X

‘นิรมล เมธีสุวกุล’ พิธีกร ‘ทุ่งแสงตะวัน’

ลุยท้องนากับเด็กกว่า 30 ปี!
ไม่มีใครเห็นหน้า ‘นิรมล เมธีสุวกุล’ อดีตพิธีกร ‘ทุ่งแสงตะวัน’ จำใจลาจอวัย 61 ปี

“เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป เราทำอะไรเพื่อทิ้งไว้ให้คนข้างหลังได้เรียนรู้” ประโยคคำพูด จากปรัชญาชีวิตที่หล่อหลอมจากประสบการณ์

การทำงานของนักสื่อสารมวลชนดีเด่น ผู้คร่ำหวอดในวงการมากว่า 30 ปี ‘นก นิรมล เมธีสุวกุล’ ผู้บุกเบิกรายการ “ทุ่งแสงตะวัน” และรายการเพื่อเด็กและสังคมอีกมากมาย

ย้อนกลับไป 30 ปีที่แล้ว มีรายการเด็กและครอบครัวที่แปลกประหลาดรายการหนึ่งปรากฏขึ้นในวงการโทรทัศน์ไทย รายการทุ่งแสงตะวัน

ออกอากาศทางช่อง 11 กรมประชาสัมพันธ์สามเดือน แล้วย้ายมาออกอากาศที่สถานีโทรทัศน์ช่อง 3 ในยุคที่มีสถานีโทรทัศน์ไม่กี่ช่อง

นักข่าวสาว ‘นิรมล เมธีสุวกุล’ ยุติการรายงานข่าวเปลี่ยนไปรับบทบาทพิธีกรรายการเด็ก เปิดตัวเพียงไม่นานก็กวาดรางวัลของเมืองไทย

ด้วยเนื้อหาสาระที่รายการตั้งใจใส่ลงไป ที่มีความแตกต่างจากทุกรายการในประเทศ บวกกับมีพิธีกรมากความามารถอย่าง ‘นิรมล เมธีสุวกุล’

เป็นผู้ดำเนินรายการ ด้วยน้ำเสียงที่ไพเราะและเป็นเอกลักษณ์ ที่หากใครได้ยินก็รับรู้ได้ในทันทีว่าเป็นเสียงของใคร และเสียงนี้มาจากรายการอะไร

จนหลายคน ยกให้ ‘นิรมล เมธีสุวกุล’ เป็นอีกหนึ่งสัษลักณ์และภาพจำที่สำคัญมากของรายการ ‘ทุ่งแสงตะวัน’ และนอกจากความสามารถในการดำเนินรายการแล้ว

‘นิรมล เมธีสุวกุล’ ก็ยังตั้งใจทำหน้าที่เป็นผู้ให้อย่างเต็มเปี่ยม สามารถทำงานร่วมกับเด็ก ๆ และขึ้นเหนือล่องใต้ ไปได้ทุกที่ อย่างเต็มที่โดยไม่นึกถึงความสะดวกสะบาย

“ทุ่งแสงตะวันเรื่อง เกิดเป็นเต่า อยู่บนฐานข้อมูลว่า ประเทศไทยเราสูญเสียป่าชายเลนจากการทำนากุ้ง แผ่นดินริมทะเลถูกกัดเซาะจนระดับนานาชาติเตือน

มีการชูประเด็นเต่าทะเลเป็นดัชนีชี้วัดความอุดมสมบูรณ์ของทะเลและชายฝั่ง กลุ่มอนุรักษ์ต่าง ๆ ทำงานกันอย่างหนัก เราก็นำเสนอในมุมมองแบบ ‘ทุ่งแสงตะวัน’

การคัดสรรเนื้อหาของเราเป็นแบบนั้น เนื้องานมันก็ควรค่ากับการเลิกทำข่าวมาทำสารคดีเด็ก” หลังจากนั้น ทุ่งแสงตะวันก็พัฒนาและผสมผสานเรื่องปัญหาสิ่งแวดล้อม

วิถีชีวิต วัฒนธรรม เข้าด้วยกัน โดยมีเด็กในชุมชนต่างๆ เป็นผู้เล่าเรื่องตามประสาเด็ก มีบทและเสียงผู้บรรยายเสริมเนื้อหาสาระที่หนักแน่นเติมเข้าไป

จนเป็นรายการที่เด็กดูได้ผู้ใหญ่ดูดี จัดกิจกรรมครบรอบ 10 ปี 15 ปี 20 ปี 25 ปี ที่ในที่สุดก็เข้าสู่ปีที่ 30 แล้วในวันนี้ “มองอดีต มองปัจจุบัน แล้วก็มองถึงอนาคต

อยากให้คนรับรู้เรื่องราวที่เกิดขึ้น อยากจะให้เด็กไทยของเราเติบโต เด็ก ๆ ตระหนักในคุณค่าของสรรพชีวิต มีคนคุณภาพ ที่จะช่วยกันขับเคลื่อนโลกใบนี้ให้น่าอยู่ต่อไป”

About Supawadee Truststore Columnist

View all posts by Supawadee Truststore Columnist →