X

ปัจจุบัน ‘ยิ่งใหญ่ อายะนันท์’ พระเอกยุค 80

เจอรับราชการอยู่บ้านเกิด!
ปัจจุบัน ‘ยิ่งใหญ่ อายะนันท์’ ลาวงการ 20 ปี กลับอุตรดิตถ์เป็นเศรษฐีไร่อ้อย

เป็นนักแสดงที่มีผลงานสร้างชื่อจนเป็นที่รู้จัก ตั้งแต่ภาพยนตร์เรื่อง “สวัสดีคุณครู” และ “พริ้งคนเริงเมือง” ทั้งในภาพยนตร์และละคร ทำให้ ‘ยิ่งใหญ่ อายะนันท์’

ขึ้นทำเนียบดาวค้างฟ้าอีกหนึ่งดวง ที่ ‘ปุ๊-ปิยะมาศ โมนยะกุ’ พิธีกรรายการ “ดาวในดวงใจ” ทางช่องเพลินทีวี ที่หมายเลข 10 ต้องพาไปพูดคุยถึงการทำงานในอดีต

ก่อนที่จะผันตัวไปทำงานเบื้องหลังจนได้รับรางวัล ‘เมขลา’ และหันหลังให้กับวงการบันเทิงไปกว่า 20 ปี “ผมเริ่มจากที่ ‘รัชฟิล์มทีวี’ ของ ‘คุณไพบูรณ์ พึ่งศิลป์’

ได้เล่นละครทีวีอยู่พักหนึ่งเรียกว่าหลายปีเลย ที่ดังก็จะเป็น “รักในสายหมอก”, “จุดเจ็บในดวงใจ” แล้วก็พวกละครหุ่นไล่กา เป็นตอนๆ

แล้วพอดี ‘คุณพันคำ’ จะสร้างเรื่อง “สวัสดีคุณครู” ก็ประกาศรับนักแสดงรุ่นใหม่ แล้ว ‘คุณอดุลย์ ดุลยรัตน์’ เป็นผู้กำกับอยู่ที่ ‘รัชฟิล์ม’ เขาก็เลยบอกว่า “น่าจะไปสมัคร

ไปหา ‘อาน้อย’ ไหม ไปลองดู บุคลิกได้เลยนะ” ผมก็ลองไปสมัครดู เขานัดให้ไปถ่ายรูป แล้วก็ได้เจอกับ ‘คุณจารุณี สุขสวัสดิ์’ ไปนั่งรออยู่ด้วยกัน เพราะเขาก็มาสมัครเหมือนกัน

ตอนนั้นยังไม่มีใครดังทั้งคู่ ใส่รองเท้าแตะ จำได้ว่าตอนนั้นผมอายุ 21 ปี ‘เปิ้ล-จารุณี’ ก็น่าจะ 17 ปี นั่งรอตั้งแต่เช้ายัน 4 โมงเย็น พอ 5 โมงเย็นเขาบอกว่า

ไปที่โรงถ่ายศรีสยามตรงห้วยขวาง ผมก็ถามเขาว่า “ไปทำไมครับ” เขาก็บอกว่า “ไปถ่ายรูป” แล้วผมกับ ‘เปิ้ล’ ก็นั่งแท็กซี่ไปกัน พอถึงก็ถ่ายรูป สัมภาษณ์ ไปกันสองคนไม่รู้จักใครเลย

หลังจากนั้นสองอาทิตย์เขาก็เรียกตัวกลับไป และเปิดตัวอย่างเป็นทางการว่าผมกับ ‘เปิ้ล’ ได้เล่นเรื่อง “สวัสดีคุณครู” ผมถือว่าโชคดี ที่เรื่องแรกประสบความสำเร็จทั้งคู่

และมีหนังเรื่องอื่นตามมาเรื่อยๆ กลายเป็นคู่ขวัญกับ ‘เปิ้ล’ แต่ช่วงหลัง ‘เปิ้ล’ เขาดังมาก ผมก็เริ่มเล่นเป็นตัวสอง ตัวเพื่อน ตัวรอง ก็รับงานแสดงเล่นไปเรื่อยๆ

เล่นนอกค่ายบ้าง เพราะทางบริษัทไม่ฟิคว่าจะไปเล่นที่ไหน ชีวิตดีมากช่วงนั้น ได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์มาเยอะ เรื่องเงินนี่ไม่มีปัญหา เพราะทางบ้านผมก็พร้อมอยู่แล้ว

เลยอยู่วงการด้วยความสุข ไม่ดิ้นรน และไม่ได้วางแผนที่จะอยู่เบื้องหลังหรืออะไร เพราะเราก็รู้อยู่แล้ววงการบ้านเรา พอเริ่มมีคลื่นลูกใหม่มา เราก็เริ่มถอยหายไป

ตอนนั้นผมเรียนจบเรียบร้อย และเรียนที่มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครด้วย ก็ได้ปริญญามาสองใบ อยู่บ้านว่าง ๆ ก็ทำไร่อ้อย 80 ไร่ ทำนา 14 ไร่ ทำเองด้วย

เพราะเราเป็นนายจ้างก็ต้องดูว่าเขาทำอะไรยังไง พอสมัยที่ 2 ก็ลงนายกเทศมนตรีอีกครั้งหนึ่ง คราวนี้ได้ ก็เป็นมาจนถึงทุกวันนี้ครับ 2 สมัย 8 ปีแล้ว

ถามว่าบั้นปลายชีวิตที่ผมคิดไว้ ผมคงเป็นคนแก่อารมณ์ดีอยู่กับบ้านอยู่กับสวน ดูความสำเร็จของลูกๆ ซึ่งจริงๆ ตอนนี้ก็มีความสุขนะ ทั้งงาน เพื่อนๆ ครอบครัว”

About Supawadee Truststore Columnist

View all posts by Supawadee Truststore Columnist →