X

โฉมหน้าภรรยา ‘เชิด ทรงศรี’ ผู้กำกับในตำนานที่มิมีใครอาจแทนที่

โฉมหน้าภรรยา ‘เชิด ทรงศรี’ ผู้กำกับในตำนานที่มิมีใครอาจแทนที่

อีกหนึ่งผู้กำกับในตำนานที่หลายคนคุ้นชื่อดีนั่นคือ เชิด ทรงศรี โดยเป็นชื่อและนามสกุลจริงที่ใช้ในการกำกับภาพยนตร์ทุกเรื่อง ส่วนนามปากกา

ธม ธาตรี ใช้ในงานเขียนนวนิยายเขียนบทภาพยนตร์และแต่งเพลง โดยเขาเป็นผู้กำกับภาพยนตร์แนวหน้าชาวไทย มีผลงานกำกับภาพยนตร์ที่มีชื่อ

เสียงหลายเรื่อง และได้รับรางวัลมากมายเป็นชาวนครศรีธรรมราช เริ่มงานด้วยการแกะสลักตัวหนังตะลุงขๅย เมื่อจบการ ศึกษาได้เป็นครูอยู่โรงเรียน

ประจำตำบลบ้านม่วงเจ็ดต้น 1 กิ่งอำเภอฟากท่า จังหวัดอุตรดิตถ์ ซึ่งเป็นโรงเรียนกลางป่า หลังจากนั้นเข้าทำงานที่องค์การ ร.ส.พ. โดยเป็นบรรณาธิการ

นิตยสารยานยนต์ของ ร.ส.พ. นิตยสารชีวิตใหม่รายสัปดาห์ และวารสารทัศนาจร ตำแหน่งสุดท้ายก่อนลาออกจาก ร.ส.พ. คือ รักษาการหัวหน้าส่วนทัศนาจร

จากนั้นเข้าเป็นบรรณาธิการนิตยสารภาพยนตร์และโทรทัศน์ (Movie and TV Weekly) และเป็นบรรณาธิการบิหารหนังสือพิมพ์ “หลักเมือง” รายวัน(ยุคใหม่)

ทั้งนี้ทางด้านชีวิตส่วนตัว เชิด มีภรรยาที่สมรสด้วย ชื่อ จันทนา (ดีประวัติ) ทรงศรี และในวันนี้เราจะพาทุกคนมายลโฉมหน้าภรรยาของเขาที่แม้ตอนนี้จะ

ไร้สามีข้างกายแล้ว แต่ยังคงสุขภาพแข็งแรงและอยู่ดีมีสุขเสมอ ทั้งนี้สำหรับผลงานของเชิด มีผลงานสร้างชื่อและผลิตนักแสดงรุ่นใหญ่ในตำนานมากมาย

อาทิ แผaเก่า (2520) , เลืoดสุพรรณ (1979) , เพื่อน-แพง (1983) , พลอยทะเล (1987) , อำแดงเหมือนกับนายริด (1994) ,ข้างหลังภาพ (2001)

ทวิภพ (1990) และ ผลงานตำนานอย่าง คนใจบอด (1971) ที่ต่อให้มีตังค์ 10 ล.บ.สมัยนั้นก็มิอาจสร้างหนังเรื่องนี้ได้ เพราะทุกคนมาด้วยใจจริงๆไม่มีใครรับค่าตัว

กำกับโดย เชิด ทรงศรี แถมพ่วงด้วย อาภัสรา หงสกุล, ประภัสสร พานิชกุล, สมบัติ เมทะนี, เพชรา เชาวราษฎร์, ภาวนา ชนะจิต, ครรชิต ขวัญประชา เป็นต้น

หนังไทยคลาสสิกน้ำดี พุทธศาสนาไม่ได้สอนให้เชื่อปาฏิหารย์ “ต้องดูให้ได้ก่อนตๅย” ทั้งนี้ เชิด ทรงศรี ผู้กำกับภาพยนตร์ไทยที่โดดเด่นและเป็นที่รักมากที่สุดคนหนึ่ง

ได้จากโลกนี้ไปเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2549 โดยมีผลงานเรื่องสุดท้ายคือ ข้างหลังภาพ ภาพยนตร์ปี 2544 ที่เขาสร้างจากนวนิยายของ “ศรีบูรพา” หรือ

กุหลาบ สายประดิษฐ์ สุภาพบุรุษนักประพันธ์คนสำคัญของวงการวรรณกรรมไทย แม้ “ข้างหลังภาพ” จะเป็นผลงานที่เชิดเคยกล่าวว่า “เป็นเรื่องที่อยู่ในฝันผมมาตั้งแต่เด้ก”

และเคยเกือบจะสร้างถัดจาก แผaเก่า ภาพยนตร์ที่สร้างความสำเร็จอย่างมากให้แก่เขาในปี 2520 ก่อนจะต้องรออีกถึงยี่สิบกว่าปีต่อมาจึงจะบรรลุ ในความเป็นจริง เชิดยังคง

มีความปรารถนาจะนำนวนิยายของศรีบูรพาอีกเรื่องมาทำให้เกิดมีชีวิตบนจอเงิ นเช่นเดียวกัน แต่สุดท้ายฝันนี้กลับค้างไว้เพียงแค่บทภาพยนตร์ที่เขาเขียนขึ้นก่อนจะล่วงลับ

About Awitra Truststore Columnist

View all posts by Awitra Truststore Columnist →