X

ชีวิตล่าสุด ‘เอ๋ ปิยะดา’ ลูก 4โตเป็นหนุ่ม-สาว เหมือนได้เกิดใหม่

เหมือนได้เกิดใหม่! ดิ้นรนเพื่อลูก 4 หลังสามีหย่าขาด
ชีวิตล่าสุด ‘เอ๋ ปิยะดา’ ฟ้าหลังฝน ลูกโตเป็นหนุ่ม-สาว พลิกเป็นแม่ค้า สวยหล่อคล้ายดาราดัง

เป็นอีกหนึ่งนักแสดงสาวที่อยู่วงการมานานมากจริงๆ สำหรับ เอ๋ ปิยะดา เพราะเรามักเห็นเธอผ่านผลงานละครหลายต่อหลายเรื่องในบท คุณแม่ ตั้งแต่ละครจักรๆ วงศ์ๆ จนถึงละครร่วมสมัย

ในปัจจุบันงานอื่นๆ ที่ทำนอกเหนือจากในวงการบันเทิง ทำขนมครองแครง ส่งขายตามร้านกาแฟ แต่ไม่เยอะนะคะ แล้วมักจะมีคนถามเอ๋ว่าทำเองเหรอ เป็นขนมไทยที่ทำยากนะ ทำไมไม่ทำพวกคุกกี้ ไม่เอาง่ายไป

เอ๋ก็บอกว่า อยากทำอะไรที่ยากๆ และก็ยากมากจริงๆ ช่วงนี้อาจจะหากินไม่ค่อยได้แล้ว เพราะรับละครสองเรื่อง ถ้าใครอยากจะกินก็ต้องรอนิดหนึ่งค่ะ แจ้งเกิดด้วยละครจักรๆ วงศ์ๆ จากเรื่อง พิกุลทอง เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้คนรู้จักเรามากขึ้น

แล้วตอนนั้นอาหรั่ง(ไพรัช สังวริบุตร) มากำกับด้วย ก็เป็นเรื่องที่ภูมิใจค่ะ เรื่องนี้ให้ประสบการณ์มากมายและหลากหลายกับเอ๋มาก เรียกว่าเรื่องนี้เป็นนางเอกเต็มตัวก็ว่าได้

แต่จริงๆ เรื่องแรกที่เป็นนางเอกคือ ทิพเกสร แต่เป็นนางเอกที่ 4 หลังจากนั้นก็มา เทพสามฤดู เป็นตัวร้ายพอเขาเห็นร้ายไม่ขึ้นก็เลยกลับมาเป็นตัวดี เรื่องที่สาม พิกุลทอง โอเคขึ้น หลังจากนั้นก็ได้มาลองละครปกติทั่วไปเรื่องแรก อีสา ตำรับรัก

คิดถึงละครจักรๆ วงศ์ๆ ไหม คิดถึงค่ะ อยากกลับไปเล่นนะ ถ้ามีใครเรียกก็ไป (ยิ้ม) ประสบการณ์ชีวิตที่ผ่านมา เป็นเรื่องราวที่ดีที่ เราได้แต่งงานมีลูก ซึ่งคนจะไม่ค่อยทราบ แล้วมักจะมีคนมาถามว่าพี่เอ๋เคยแต่งงานเหรอ

ก็เลยบอกว่าเคยสิ เอ๋มีลูกด้วย เพราะตอนแต่งงานข่าวก็ไม่ค่อยมี ตอนนั้นเราไม่ทราบวิธีการว่าต้องทำยังไงออกสื่อเหรอ เราคิดแค่ว่า เรารักกันเราก็แต่งงานกัน ซึ่งพอหลังจากแต่งงานแล้ว พอวันหนึ่งเราไปด้วยกันไม่รอดก็เลยแยกทางกัน

ทำให้เรารู้สึกว่าเราเริ่มเติบโตขึ้นนะ เพราะตอนนั้นเหมือนเรายังไม่รู้จักความรักดีเท่าที่ควร เมื่อเรามีลูกแล้วก็โชคดีอีกที่ได้ลูกดี คนโตลูกสาวอายุ 23 ปี เรียนจบที่เอแบค คนที่สองลูกชาย 21 ปี เรียนเอแบค คนที่สามลูกชาย 18 ปี

เรียนที่ม.มหิดล คนที่สี่ลูกชาย 10 ขวบ แม้ตอนนี้จะแยกทางกันอยู่กับสามี แต่ก็ยังเจอไปมาหาสู่กันเป็นเพื่อนกันอยู่ เป็นอะไรที่เข้าใจใช่ไหมคะเรื่องแบบนี้ (หัวเราะ) แต่ต้องเข้าใจนะ ทุกอย่างเหมือนจะใช่นะ โอเค แต่สุดท้ายแล้วก็ไม่ใช่

แต่เราก็เป็นครอบครัวที่มีความสุขนะคะ ถึงจะไม่ได้เป็นครอบครัวที่อยู่ด้วยกัน เราแฮปปี้ที่จะแยกกันอยู่มากกว่า นัดรวมพลเจอกันตามโอกาสสำคัญๆ ช่วงเวลาอาบน้ำร้อนมาก่อน แย่สุดๆ นี่คือ ตอนนั้นพ่อจากไป บวกกับสามีก็ขอเลิก

และมีของติดตัวแค่ชิ้นเดียวคือ รถ แล้วก็มาโดนขโมUหายอีก ภายในปีเดียวกัน ทุกอย่างถาโถมเข้ามาเต็มๆ แต่ไม่เคยคิดว่าจะต ายนะ แค่เข้าใจว่า อ๋อ ทำไมคนถึงอยากคิดสั้น เพราะว่าโดนปัญหารุมไม่รู้จะเริ่มแก้ตรงไหน

แต่โชคดีตอนนั้นที่มีลูก ทำให้เราตั้งหลักได้ มีแรงฮึดสู้ เราอยากจะนอนกอดลูก มีบ้านของเราเอง เลี้ยงลูกสี่คนคงเหนื่อยทวีคูณ สุขมากกว่านะคะ สนุกนะ แต่จะเหนื่อยตอนทำกับข้าว คนหนึ่งอยากกินผัดกะเพรา คนหนึ่งอยากกินหมูทอด

อีกคนอยากกินข้าวผัด สี่เมนู ไหนจะคนนี้ไม่กินเผ็ดคนนั้นชอบรสนี้ คนนี้จะกินเปรี้ยว คนนู้นจะกินหวาน สั่งกันทีเดียวได้ไหม (หัวเราะ) เป็นบรรยากาศที่สนุกและมีความสุขในแบบของเอ๋นะ


อย่างธุรกิจของพ่อเขาที่ทำจิวเวลรี่ ก็ให้ลูกสาวคนโตดูแลกันไป คนที่สองออกแนวสปอร์ตแมนหน่อยชอบกีฬาก็ลองดู คนที่สามเขาตั้งใจไว้ว่าอยากจะทำเกี่ยวกับโรงแรม


สร้างโรงแรมระดับห้าดาวแล้วเข้าไปดูแลตรงนี้ แล้วเราก็แบบอุ้ยลูกสี่คนก็ไปคนละทางเลย ฉันจะไปทางไหนดีเนี่ย (หัวเราะ) คือกลัวว่าเวลาเจอกันจะน้อยลง อย่างตอนนั้นลูกชายคนที่สี่ไปเข้าค่ายที่สระบุรี อีกคนอยู่มหิดล อีกสองคนอยู่บางบ่อ

About Supitcha Truststore Columnist

View all posts by Supitcha Truststore Columnist →