X

ชีวิตล่าสุด ‘วณี เลาหเกียรติ’ ยังสวยไม่สร่างแม้วัย 101 ปี

โผล่ออกสื่อ นั่งรถเข็นยังดูแข็งแรง
ชีวิตล่าสุด ‘วณี เลาหเกียรติ’ ยังสวยไม่สร่างแม้วัย 101 ปี สมนางสาวสยามคนที่ 2

เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งเกร็ดประวัติศาสตร์ในการประกวดของ วณี เลาหเกียรติ วัย 100 ปี ที่น่าจดจำ ซึ่งทางเฟซบุ๊กแฟนเพจ ดาราภาพยนตร์

ได้เขียนเรื่องราวทั้งหมดว่า นางสาวสยามคนที่ 2 วณีเลาหเกียรติ อายุ 101 ปี เข้ารับการวัคซีu ทั้งนี้สำหรับ คุณวณี สมประสงค์ สกุลเดิม เลาหเกียรติ

หรือชื่อเดิมว่า เอเวอลีน เลาหเกียรติ เป็นนางสาวสยาม 2478 โดยคุณอรสม สุทธิสาคร ได้บรรยายรายละเอียดการคัดเลือกนางงามสมัยนั้นว่า

มีเกณฑ์คัดเลือกอย่างละเอียด โดยกรรมการพิจารณาจากรูปทรง ผิวเนื้อ เล็บ ฟัน หลังเวทีมีการเปิดดูน่อง แม้นางงามจะใส่ชุดไทยห่มสไบเฉียง

นุ่งผ้าซิ่น ยาวกรอมเท้า แต่กรรมการก็สำรวจละเอียดเพื่อเลือกเฟ้นคนที่งามจริง ๆ หน้าตาไม่มีการแต่งเติมเสริมแต่ง

เป็นที่มั่นใจได้ว่างามอย่างเป็นธรรมชาติแท้ สอดคล้องกับปากคำของคุณวณี ที่บอกเล่าประสบการณ์และที่มาของการเข้าร่วมประกวดครั้งนั้นว่า

สมัยนั้นทางมหาดไทยจะให้ข้าหลวงออกตามหาว่าบ้านไหนมีลูกสาวสวย พอทางการมาเห็นเข้าก็ขอให้ช่วยชาติร่วมฉลองงานรัฐธรsมนูญ

ตอนเข้าประกวดนี่เตรียมตัวล่วงหน้าไม่นาน การทำนุบำรุงร่างกายก็เป็นไปตามปกติ เพราะเวลานั้นยังไม่นิยมการบำรุงร่า งกายตามแบบสากลนิยมกันนัก

วณีเป็นบุตรสาวคนเดียวของร้อยตำsวจเอก บุญจินต์ เลาหเกียรติ กับละม่อม จันทรเวคิน ครอบครัวทั้งฝ่ายบิดามารดาล้วนเป็นข้าราชการ

ย่าเป็นลูกครึ่งเปอรานากันจากสิงคโปร์ ขณะมีอายุได้หนึ่งเดือนจึงถือศีล โล่ เง็ก ล้วนผู้เป็นย่าจึงเลือกชื่อให้ว่า เอเวอลีน เลาหเกียรติ ตามชื่อนักบุญเอเวอลีน

และใช้ชื่อนี้มาตลอดกระทั่งเปลี่ยนช่วงประกวดนางสาวพระนครเมื่อปี 2478 ขณะอายุได้เพียง 9 ปี มารดาก็ชีวิตลง วณีจึงอยู่ในการดูแลของหลวงขจรยุทธกิจ(เทา จันทรเวคิน) ผู้เป็นตา

ในปี 2478 มีการประกวดนางสาวสยามอันเป็นส่วนหนึ่งของการฉลองรัฐธรsมนูญของรัฐบาล นายอำเภอบางรักจึงจัดผู้หลักผู้ใหญ่ขอให้วณีไปประกวด

วณีจึงไปประกวดอย่างไม่เต็มใจ โดยเธอผ่านการคัดเลือกจากจังหวัดพระนครให้เป็นนางสาวพระนครในวันแรกของการประกวด

และเข้าเป็นตัวแทนของการประกวดนางสาวสยาม ซึ่งเธอก็ได้รับตำแหน่งนางสาวสยามคนที่สองต่อจากกันยา เทียนสว่าง

ซึ่งเธอก็ได้รับตำแหน่งนางสาวสยามคนที่สองต่อจากกันยา เทียนสว่าง ได้รับการสวมมงกุฎโดยหม่อมกอบแก้ว อาภากร ณ อยุธยา