X

ชีวิตใหม่ ‘แหม่ม อลิษา’ จางนางเอกมาใส่ผ้ากันเปื้อน

สู้ผัดกระเพราหมูสับ-แววตายังคมผมดำขลับแบบเดิม
ชีวิตใหม่ ‘แหม่ม อลิษา’ อดีตนางเอกดังกันตนา ในวัย 55 ปี จากสูงสุดสู่สามัญ

อดีตนางเอกชื่อดัง “แหม่ม อลิษา ขจรไชยกุล” ที่จะมาเปิดเผยชีวิตสุดพลิกผันจากนางเอกแถวหน้าสู่แม่ค้าร้านอาหารตามสั่ง

พี่แหม่มเป็นนางเอกยุค90’s ที่เป็นลูกครึ่งคนแรก ๆ เลย? แหม่ม : ใช่ ลูกครึ่งคนแรก ๆ เลย

ตอนนั้นพี่แหม่มเข้าวงการมาได้ยังไง? แหม่ม : สมัครมากับพี่จิ๋ม มยุรฉัตร คือประกวดนางงามมาแล้วตัน แล้วความคิดของเด็กคนนึงคือฉันอยากขึ้นไปอยู่บนจอ

อยากให้คนดูฉัน แล้วไปเจอข้อความเขารับสมัครพอดี ก็เลยเขียนมาง่ายๆ สั้นๆ แล้วพี่จิ๋มก็มีจดหมายตอบกลับให้มาหาที่ช่อง3 หนองแขม

แล้วตอนประกวดได้ตำแหน่งอะไรมาบ้าง? แหม่ม : ส่วนใหญ่ได้ที่ 1 ไม่ค่อยพลาด มิสเวิลด์ไปตอนใกล้จะเลิกแล้ว ใกล้ที่จะแขวนรองเท้าส้นสูงแล้ว

ปีนั้นไม่มีการจัดประกวดนางสาวไทยไม่มีอะไร เขาจะสุ่มจากสาวงามที่ดัง ๆ ของแต่ละท้องถิ่น ก็ได้เข้ามาเป็น 1 ใน 3 คน ก็ได้ไปในส่วนของมิสเวิลด์ และท่านต่อ ๆ ไปก็ไปคนละเวที

ตอนที่พี่ดังสุดขีด แต่อยู่ ๆ พี่ก็หายเลยเหมือนกัน? แหม่ม : ใช่ ๆ มันเป็นเหมือนช่วงรอยต่อ เราพลิกมารับบทแม่

เกิดอะไรขึ้น ณ ตอนนั้น? แหม่ม : ไม่ได้เกิดอะไรเลย เพียงแต่ว่าเราเร็วไปกับการที่จะมาเล่นบทแม่ แต่บทแม่ที่รับเนี่ย คุณแม่เพื่อนรัก ของกันตนาตอนนั้น

มันเป็นละคร 100-200 ตอน แล้วไม่ใช่คุณแม่แก่ไม่ได้มีลูก แต่มีเด็กที่เราต้องอุปการะ ก็เลยเรียกแม่ ตอนรับบทแม่ก็อายุประมาณ 30 กว่าแล้ว

แล้ววันนี้พี่แหม่มอยู่ยังไง? แหม่ม : มีคอนโดเล็ก ๆ ที่เมืองทอง อยู่กับลูกสาว 4 ขา ซึ่งคุณหมอแนะนำให้เลี้ยง

แล้วอะไรที่เป็นจุดเริ่มต้นให้พี่แหม่มมาขายอาหารตามสั่ง? แหม่ม : ด้วยงานที่น้อยลงจากสภาพร่างกายเรา แล้วพี่มีความรู้สึกว่าเราต้องช่วยตัวเองก่อน

ก่อนที่จะไปขอความช่วยเหลือจากคนอื่น ค้าขายมันคือสายเลือดเรา เราก็มองว่าเราชอบอะไร เราทำอาหารได้ใช่ไหม ก็เริ่มขายจากแก๊สปิกนิคตัวเดียว

ขายข้าวไข่เจียว ขายสับปะรดภูแลหน้าตึกตัวเอง แรกๆ ถามว่าอายไหมอาย เพราะมันจะมีคำถามที่เราไม่รู้ว่าเขาตั้งใจถามหรือตั้งใจประจาน

แบบไม่มีงานเหรอ ถึงมาขายของก็ร้องไห้นะ แล้วบอกเราต้องสู้ ดีกว่าเราไปขอเงิน ไล่ยืมคนอื่นเขา เราหาเอง ใช้เอง เพราะตอนนั้นยังไม่ได้เลี้ยงหมา ก็แค่ตัวคนเดียว หาเลี้ยงดูแลตัวเองไป

แหม่ม : ยากๆ สูงสุดคืนสู่สามัญ ยากมาก ร้องไห้แบบถ้าเอามาเป็นสระว่ายน้ำไม่รู้คูณเท่าไหร่ เราแก้ปัญหาด้วยการไม่พูดไม่บอกใคร

เรานั่งร้องไห้ นั่งเกาะหน้าต่าง เดี๋ยวก็เช้าแล้ว ชีวิตมันต้องหาจุด อุ้ย เดี๋ยวมีละครตอนบ่าย ฉันอยากดูเรื่องนี้ มันต้องหาจุดไปเรื่อย ๆ

About Kornkanok Truststore Columnist

View all posts by Kornkanok Truststore Columnist →